Living Buddha, Living Christ... through SALT

Two weeks ago we had lunch with Khun Praseut or ‘Deeng’ -his nick-name. Deeng is from Thailand and he coordinates the Interfaith Network of Thailand. We explored with him why he became a Christian growing up in a Buddhist country. I listened attentively because I made a similar journey, growing up as a Christian but practicing Buddhism in my daily life.

Deeng started: “Actually, my father is a Buddhist and my mother is a Christian, so I was brought up with both religions. For me all religions are meant to make us better human beings. So, it doesn’t matter which religion you choose as long as you can live it and integrate it into your own life.

I feel that God is always with me, wherever I go, whatever I do. I am never alone. When I thought I was going to die, God was with me and that gave me a lot of strength. What Buddhism teaches is to stand on your own feet, to take care of yourself. When I faced this tough situation I realized that there are moments where you may not be able to take care of yourself. In these moments people need support.

As a Christian I also feel that I have value even after I die. Some of my friends with HIV committed suicide because they didn’t feel of any value for society and did not value life.

When God is with me I think, speak and act with him in mind. That inspires me to do good for others.

For me SALT is the same. You can integrate this way-of-thinking and working into your own life. It helps you to be a better person. I am currently coordinating the Interfaith Network of Thailand. Buddhist, Christian and Muslim friends who are part of the network explore how SALT is related to the different scriptures and teachings. SALT is common to all religions. I want to write a book about how SALT helps us to build a bridge between religions.”

I listened for commonalities between Deeng’s words and my own experience. I feel that some questions or issues are common to all of us. The following is my own interpretation and what I learned:

1. Inter-being and the sense of COMMUNITY
I heard Jill Bolte Taylor say in one of her speeches: “There is an area in our brain, the size of a peanut, that tells us that we are separate from the rest of the world, a separate entity.” In reality we are not. But because of that peanut, we do not realize that we are all connected to each other. Because of that peanut, we feel lonely and disconnected.

The presence of God can help us to feel connected to a bigger entity. In Buddhism, we call this ‘inter-being’ or ‘non-self’. When we look deeply at a flower, we see it exists because of all the non-flower elements: the sun, the rain, the gardener, etc. In the same way, I am because you are.
Both spiritual paths lead us to bigger sense of community where we reconnect to our common humanity.

2. The fear of death transformed into HOPE
Most of us experience fear of death at some point in time in our life.*

When you believe in God, you believe that you will have value after you die and this gives you hope. Thich Nhat Hahn ** also says: “Some people believe that when we are born we go from nothing to something and that when we die we go from something to nothing. This is absurd.” When we die we change manifestation or form but we do not disappear. We continue to live through our thoughts, words, speech carried by our children and beloved ones. This gives us hope as well and inspires us to do good.

3. The energy of mindfullness leads to LOVE IN ACTION
When God is with us, it inspires us to do good. We are moved by the energy of love and compassion. The energy of mindfulness produces the same effect. We are mindful of ourselves and others and know how to bring happiness with our words and actions. For me, this is LOVE in action, as Ian Campbell mentioned in June at the Board meeting.

I chose the title 'Living Buddha, Living Christ... through SALT' because I see that SALT is a practical way to awaken or keep alive the Buddha, the Christ or the Prophet within us.

* Research actually shows this is the number one fear of people. Number two is speaking in public :-)
* Living Buddha, Living Christ, Thich Nhat Hahn, Riverhead books, The Berkley Publishing Group, Sept 1995

Views: 159


You need to be a member of Community life competence to add comments!

Join Community life competence

Comment by Lawan Vejapikul on November 30, 2009 at 5:32pm
A Translation in THAI
(คำแปลภาษาไทย จากข้อความที่คุณลอเรนซ์ได้เล่าประสบการณ์และความคิดเห็นจากการพูดคุยกับ พี่แดง-ประเสริฐ)

หวังว่าคงจะพอช่วยให้เพื่อนๆพี่ๆที่อาจจะไม่สะดวกในการแลกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นที่น่าสนใจนี้ด้วยกันนะคะ

Living Buddha, Living Christ... through SALT
การดำรงอยู่ของพระพุทธเจ้าและพระเยซูคริสต์.......ผ่าน SALT

เมื่อสองอาทิตย์ก่อน พวกเราได้ร่วมทานอาหารกลางวันกับ “คุณประเสริฐ” หรือ “แดง” (ชื่อเล่นของเขา) แดงเป็นคนไทย และเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรศาสนาด้านเอดส์ในประเทศไทย (INAT: The Interfaith Network on AIDS in Thailand) ระหว่างการพูดคุยกัน พวกเราได้พยายามค้นหาร่วมกันถึงความเป็นมา ที่ทำให้เขาได้กลายมาเป็นคริสตศาสนิกชนเช่นทุกวันนี้ ทั้งๆที่เขาเติบโตขึ้นมาในประเทศพุทธ (มีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ) ฉันฟังอย่างตั้งอกตั้งใจเพราะตัวฉันเองก็มีการเดินทางผ่านประสบการณ์บนเส้นทางที่ไม่ต่างกันนัก ด้วยการเติบโตขึ้นจากความเป็นคริสตศาสนิกชน แต่หันมาฝึกปฏิบัติตามแนวทางของพุทธศาสนาในการใช้ชีวิตประจำวัน

แดงกล่าวว่า “อันที่จริง พ่อของผมเป็นชาวพุทธ แต่แม่ของผมเป็นคริสเตียน ทำให้ผมเติบโตขึ้นมากับทั้งสองศาสนา สำหรับผมแล้ว ทุกศาสนาล้วนแล้วแต่มีความหมายในการที่จะทำให้เราเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นมันไม่สำคัญเลยว่าคุณจะเลือกนับถือศาสนาใด ตราบใดที่คุณสามารถยึดเอาความหมายอันเป็นแก่นแท้ของศาสนามาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตและผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณได้”

“ผมรู้สึกว่า พระผู้เป็นเจ้า จะทรงอยู่กับผมเสมอ ไม่ว่าผมจะเดินทางไปที่ใด ไม่ว่าผมจะทำอะไร ผมไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเลย แม้ในเวลาที่ผมคิดว่าผมกำลังจะตาย พระเจ้าก็ยังอยู่กับผม และนั่นคือสิ่งที่นำความเข้มแข็งอย่างมากมาให้แก่ผม สิ่งหนึ่งที่พุทธศาสนาได้สั่งสอน คือ การให้เรารู้จักที่จะยืนอยู่บนขาของตัวเอง รู้จักที่จะดูแลตัวเอง หรือ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” นั่นเอง แต่เมื่อผมต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ผมก็ได้เรียนรู้ว่า อาจมีบางครั้งบางเวลา ที่คุณอาจไม่อยู่ในภาวะที่จะสามารถดูเลตนเองได้ ซึ่งช่วงเวลาเหล่านั้น จะเป็นช่วงเวลาที่คนเราต้องการการช่วยเหลือสนับสนุนนั่นเอง”

“การเข้ามาเป็นคริสต์ศาสนิกชน ผมยังได้รับรู้ถึงคุณค่าของตนเอง ผมรู้สึกว่า ผมมีคุณค่า ซึ่งแม้เมื่อตัวตายไปแล้ว คุณค่านั้นก็จะยังคงอยู่ เพื่อนของผมบางคนซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อ ตัดสินใจฆ่าตัวตาย เพียงเพราะ เขาไม่รู้สึกถึงคุณค่าใดๆของตัวเองต่อสังคม และไม่คิดว่าชีวิตของเขามีคุณค่าอีกต่อไป”

“เมื่อพระผู้เป็นเจ้าสถิตย์อยู่กับผม ไม่ว่าผมจะคิด จะพูด หรือจะทำอะไร ผมก็จะทำสิ่งเหล่านั้นโดยมีพระองค์อยู่ด้วยเสมอ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมคิดดีทำดีต่อผู้อื่นนั่นเอง”

“สำหรับผม SALT ก็เช่นเดียวกัน คุณสามารถผนวกวิธีคิดและวิธีการทำงานเช่นนี้เข้ากับชีวิตของคุณเองได้ มันช่วยคุณให้เป็นคนที่ดีขึ้นได้ ปัจจุบันผมเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรณ์ศาสนาด้านเอดส์ในประเทศไทย (INAT: Interfaith Network of Thailand) เพื่อนๆ จากเครือข่ายศาสนาพุทธ เครือข่ายศาสนาคริสต์ และเครือข่ายมุสลิม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายองค์กรศาสนาฯ ได้ร่วมกันค้นหาว่า แนวคิดเรื่อง SALT กับหลักศาสนธรรม และคำสอนจากพระคัมภีร์ต่างๆ ทางศาสนานั้น มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันอย่างไร เราพบว่า SALT เป็นกลางสำหรับทุกศาสนา เป็นสิ่งสามัญที่สามารถเชื่อมโยงทุกศาสนาเข้าด้วยกันได้ ผมอยากที่จะเขียนหนังสือซักเล่ม เพื่อบอกเล่าว่า SALT ช่วยเราสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างศาสนาต่างๆ ได้อย่างไร

ฉันพยายามฟังเพื่อหาสิ่งสามัญที่มีร่วมกัน ระหว่างคำบอกเล่าของแดงกับประสบการณ์ของตัวฉันเอง ฉันรู้สึกว่าหลายๆคำถาม หรือหลายๆประเด็น เป็นสิ่งธรรมดาสามัญสำหรับเราทุกคน และด้านล่างนี้ คือ การตีความของฉันเองและสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้

1. Inter-being and the sense of COMMUNITY
1. ความเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน (Inter-being) และความรู้สึกของการเป็นชุมชน (the sense of community)

ฉันเคยได้ยิน Jill Bolte Taylor กล่าวในสุนทรพจน์หนึ่งของเขาว่า “มีพื้นที่ส่วนหนึ่งในสมองคนเรา ซึ่งมีขนาดเท่ากับเมล็ด ถั่วลิสง ที่เป็นตัวกำหนดความแตกต่างและแยกตัวตนของเราออกจากส่วนอื่นๆของโลก หรือการคิด/การมองแบบแยกส่วนออกจากกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งจะแบ่งแยกสิ่งต่างๆ ตามอัตตลักษณ์หรือเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนเฉพาะ” ในความเป็นจริง เราไม่ได้แตกต่างหรือแบ่งแยกจากกันกันโดยสิ้นเชิงเช่นนั้น หากแต่เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมล็ดถั่วเมล็ดเล็กๆนั่นต่างหาก แต่มนุษย์เรากลับไม่ตระหนักและมองไม่เห็นว่า แท้จริงแล้วเราทุกคนต่างเกี่ยวข้อง สัมพันธ์ และเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งซึ่งกันและกันทั้งสิ้น เพราะเมล็ดถั่วเมล็ดนั้น เราจึงรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกตัดขาด/แบ่งแยก
การใช้ชีวิตอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า ช่วยให้เรารู้สึกเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่า ในทางพระพุทธศาสนา เราเรียกว่า “อิทัปปัจจยตา” หรือ “อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปบาท” (inter-being) ซึ่งเป็นหลักธรรมที่แสดงความจริงที่เป็นกลาง ตามเหตุปัจจัย หรือเป็นกลางตามสภาวะของมัน โดยไม่ขึ้นกันสิ่งใด แต่พอดีกับความเป็นจริงที่ว่า สิ่งทั้งหลายล้วนเป็นไปตามกระแสของเหตุปัจจัยที่ผลักดันกันต่อเนื่องเรื่อยไป ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “อนิจจัง” (non-self) หรือ “ความไม่ตายตัว” กล่าวคือ การมีหรือไม่มี เป็นไปตามเงื่อนไขของเหตุปัจจัย ไม่ได้มีหรือไม่มีสิ่งใดอยู่โดยตัวของมันเอง ไม่มีอะไรดำรงอยู่อย่างสถิต หรืออย่างตายตัว กล่าวคือ สิ่งทั้งปวงล้วนเป็นอนิจจังนั่นเอง เมื่อเราเพ่งพิจารณามองดูดอกไม้อย่างละเอียดลึกซึ้ง เราจะเห็นว่า มันดำรงอยู่ได้ด้วยองค์ประกอบทั้งหลายที่ไม่ใช่ดอกไม้ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นสิ่งที่ทำให้เรามองเห็นเป็นดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็น แสงอาทิตย์ น้ำฝน ชาวสวน ฯลฯ เช่นเดียวกันกับการประกอบขึ้นเป็นความเป็นตัวตนของเรา “การที่ฉันเป็นเช่นนี้ ก็เพราะเธอเป็นเช่นนั้น” ทั้งสองส่วนนี้ นำเราไปสู่ความรู้สึกของความเป็นชุมชนที่ใหญ่ขึ้น ที่ที่เราเชื่อมโยงตัวตนของเรากลับสู่ความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาอีกครั้ง

2. The fear of death transformed into HOPE
Most of us experience fear of death at some point in time in our life.*
2. ความกลัวตายที่เปลี่ยนกลายมาเป็นความหวัง

เมื่อคุณเชื่อในพระเจ้า คุณเชื่อว่า คุณจะยังคงคุณค่าแม้ตัวคุณจะตายไปแล้วก็ตาม และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความหวัง ทิชนาทาน (Thich Nhat Hahn**) ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า “มีบางคนเชื่อว่า เมื่อเราเกิด เราไม่มีอะไรเลย เรามาจากสิ่งที่ไม่มีตัวตน แล้วจึงถือกำเนิดขึ้นเป็นตัวตนของเรา และนั่นเอง เมื่อเราตาย จึงเป็นเวลาที่เราละจากความเป็นตัวตนไปสู่ความไม่มีตัวตนอีกครั้ง ซึ่งก็คือ “ความไม่เที่ยง” นั่นเอง เมื่อเราตาย องค์ประกอบหรือรูปแบบสถานะของสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเราจะเปลี่ยนไป แต่เราไม่ได้สูญสลายไปไหน เราจะยังคงดำรงอยู่ ผ่าน ความคิด ถ้อยคำ และ คำสั่งสอนของเราที่ยึดถือสืบทอดต่อไปโดยลูกหลานและคนที่เรารัก ที่ทำให้เรามีความหวังและเป็นแรงผลักดันให้เราทำความดี

3. The energy of mindfullness leads to LOVE IN ACTION
3. พลังของความเอาใจใส่ที่นำไปสู่ความรักในสิ่งที่ทำ

เมื่อพระผู้เป็นเจ้าสถิตย์อยู่กับเรานับเป็นแรงบันดาลใจให้เราทำความดี เราขับเคลื่อนไปด้วยพลังของความรักและความเมตตา พลังของความเอาใจใส่ก็ก่อให้เกิดผลเช่นเดียวกัน เราใส่ใจในตนเองและผู้อื่นและรู้ว่าจะสร้างความสุขด้วยถ้อยคำและการกระทำของเราอย่างไร สำหรับฉัน นี่คือ “ความรักในสิ่งที่ทำ” ดังที่ “เอียน แคมเบล” ได้กล่าวไว้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร

ฉันเลือกชื่อเรื่อง “Living Buddha, Living Christ….through SALT” หรือ “การดำรงอยู่ของพระพุทธเจ้าและพระเยซูคริสต์....ผ่าน SALT” เพราะฉันเห็นว่า “SALT” เป็นแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริง ในการที่จะกระตุ้นหรือดำรงรักษาให้ พระพุทธเจ้า พระเยชูคริสต์ หรือพระศาสดาอื่นๆ ยังคงมีชีวิตอยู่ในตัวของเรานั่นเอง


* งานวิจัยนี้ ชี้ให้เห็นว่า ความกลัวตาย เป็นความกลัวอันดับหนึ่งของคนเรา (อันดับที่สองคือ การกลัวการพูดในที่สาธารณะ)

** เรื่อง Living Buddha, Living Christ โดย ทิชนาธาน (Thich Nhat Hahn), Riverhead Books, สำนักพิมพ์ เบิร์กเลย์, กันยายน 1995

Comment by Joma on November 10, 2009 at 8:48am
This is a great learning for everyone on ning. As to me every Religion tells to follow the right path and to be helpful for our fellow human. When we are facing a common issue there should be a common way to respond it, that brings us together as we are human. May be our Religions and beliefs might be of different background. SALT does not work against any Beliefs and religion but imply its process according to the way and desire of each religion.

Face may be different,Location may be different, food may be different, dress may be different Religion may be of different beliefs but the way to respond issue in a simple and effective way is one (SALT). Because SALT work according to the way of a community who need it but it does not need to change its concept.

Comment by Jean Legastelois on November 9, 2009 at 2:15am
...And I guess we can say that our paths are merging because the exist ! It is a luck to have a path, to have inherited a path (many will say, rightly, a philiosphy or a religion).

But what do we do with this inheritage ? Some people keep it it the deep freezer, fearing that it may change. Others use it to launch new ships across the oceans. Ships they could not have launched without what they received.

One or our Constellation friends, from Burundi I think, wrote that one cannot help people to express their strengths if he/she is not strong himself/herself. I like this idea. We won't meet anobody if we come from nowhere. And I think that we can be grateful to what we were given, and that whe should consider looking very deep in this inheritage, under the layers of "beliefs" of all kinds laid down by people of power.

If we dig deep enough in these spiritual open doors, we will certainly meet fellow human beings.

And mystery.
Comment by Jean-Louis Lamboray on November 8, 2009 at 4:30pm
Thanks Laurence for sharing what you learned from our meeting with Khun Prasert, "Deng".

I have a lot of respect for khun Prasert, one of the leaders of the PWA movemment in Thailand.

Khun Prasert is a man of vision. He inspires me since our first encounter in 1995 when he shared his vision of a Clear Sky, the name of his Center, next to the Doi Saket hospital.

I had learned only in the last few years that Deng was a Christian, and I wanted to know why.

What was he finding in christianity that he was not finding in buddhism?

Meanwhile I was attracted to buddhism, for it helps me so much taking care of myself.

Are we going to cross like ships in the night?

Was I oblivious of the teachings of the faith in which I was raised?

Then came the flash of Deng's statement. "For me SALT is a way to practice my religion".

Our paths are not crossing, they are merging!

Together with so many friends, our discovery of life will lead to many more wonderful moments.

Khop Khun Khrap , Khun Deng!
Comment by Dr. E. Mohamed Rafique on November 7, 2009 at 7:26am
Dear Laurence, and Gaston,

It is inspiring to read your thoughts on SALT and religions having the same foundations. For, the basic principle is the same in both SALT and the major religions. Namely, that we are all equal as human beings. Once we accept this equality, then we are willing to treat our fellow human beings, and respect their beliefs as much as we safeguard ours!

Also, as you both have said, it is important to look at what is common between the religions, than to look at the differences. By this, not only, do we learn more about our own religion, and that what others follow, but also, we can with a certainty presume that what is common in all religions could have only one source, namely: God.

Please accept my thanks for kick starting this fundamental topic, so basic to our existence as well as that of ACP.

With best regards,

Comment by Jean Legastelois on November 6, 2009 at 4:24pm
Thank you, Laurence, for Khun Praseut's inspiring thoughts. And thanks to Gaston too !
To me it is not a surprise that SALT matches with some of the core teachings of different religions, when they deal with relationship between human beings. And I am happy that the approach of the Constellation can be a common ground for people from different religious origins.

SALT is one more way to make us aware that we are connected to each other, another modest and very practical way to make us experiment us that our happiness, our dignity - our survival as true human beings - lie in the way we look at each other,

...One of the many ways to express our faith in humanity. And, to me, Faith is the word, and it is pregnant of freedom. "Belief", often, is not.
An man I like very much, Maurice Bellet (psychoanalyst, philosopher, priest, 84 years old) wrote recently :
"Il existe une opposition capitale entre la foi et la croyance. Ce qui est le plus éloigné de la foi au sens évangélique, c'est la croyance au sens banal, qui ne supporte pas la critique, alors que la foi ne peut que la désirer". I try to translate :
"There is a major oppsition between faith and beliefs. Beliefs, in the common sense of it, is what is the farthest from faith in its evangelical meaning. Beliefs cannot stand criticism, while faith cannot but desire it".
Comment by Gaston on November 6, 2009 at 9:01am
Dear Laurence,

Thank you for this inspiring blog post.

Although my roots are Christian, I am currently drawn to a Buddhist practice in my daily life. In my youth, the institutional aspects of my religion dominated the spiritual added value it could have had. I think that's one of the reasons I searched for other spiritual paths. However, since I have practiced Buddhism (and mindfulness) in my daily life, I can see that I connect better again with my roots. I become more interested in Christianity, have deep discussions with Christians on their values and practices, and see the commonalities instead of the differences. It's truly beautiful.

I remember I was sitting once in a car in Southern India with Bobby, one of our coaches. He shared about his Salvation Army denomination and the implications, I shared about my Buddhist Sangha and our practices and I felt so connected! I tried to look beyond 'form' and 'name-tags' for the different aspects we shared and noticed that in general we were talking about the same things. Perhaps the most important conclusion was that the implications for how we live our life and interact with people was basically the same! And that's for me the most important thing. And that's where I see SALT connected with different religions.

I recently was in Nairobi for a faith-based meeting on 'HIV Competence in churches'. Although many denominations were present, the SALT principles resonated with most with them. Perhaps because it's so practical and looks beyond the 'form' and 'name-tags' and simply discusses the implications for how we can live our lives more fully and support others in doing the same. Many of the participants are members on Ning now and I invite them to share their experience.

Finally, I practice consciously non-attachment to my own (religious) views regularly to prevent fanaticism and dogmatism. I know the tradition that I follow is just one road that leads to the top of the mountain. It just happens to work for me.....It's wonderful to see others using other roads. Else we would have traffic jams :)



The Constellation: who are we

The Constellation vidéo, where we journey in less then 2 minutes from space, through nature, to villages, in homes and back while exploring what the Constellation stands for. Thank YOU for being part of it. 

Social Media


Newsletter EnglishFrench Spanish  


Twitter @TheConstellati1

Instagram: constellationclcp

Youtube channel: The Constellation SALT-CLCP

© 2020   Created by Rituu B. Nanda.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service